2006/Oct/08

ขอให้ช่วงเวลาที่ดีอยู่กับไปเราในตอนนี้

เป็นความทรงจำที่จะไม่ลบไปจากใจ

ขอให้เทออยู่ นาน นาน ได้มั้ย

"เพราะช่วงเวลานี้คือช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉัน"

2006/Jul/23

ความคิดสมัย ป.1
เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
ความคิดสมัย ป.3
เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศเมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก
หรือเอ็มกลิ่นแรง
ความคิดสมัยป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
ความคิดสมัย ม.1
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
ความคิดสมัย ม.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
ความคิดสมัย ม.3
เพื่อนที่ดีคือคนที่เปนที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณและอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
ความคิดสมัยม.4 คือ
คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ ในใจ
แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก
ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ
18 ปีที่ผ่านมา...... ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี .... ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง 
ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย
ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ คุณส่งความรู้สึกนี้   ให้เพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย? ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน หรือเรากลายเป็นอะไร
จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
ถ้าเรารักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ   กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้ บอกความรู้สึกซะ
ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของฉันและเทอ
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป
ปล. อยากส่งความสุขนี้ให้กับทุกคนนะ    

2006/Jun/23

เด็กหญิงความรัก กับ นายรองเท้า ท่ามกลางเมืองที่แสนจะกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ เด็กหญิงความรัก ทุกวันๆเด็กหญิงความรักจะเดินทางไปในที่ต่างๆตามลำพัง ด้วยสองเท้าที่เปลือยเปล่า โดยไม่สนใจว่าพื้นที่เธอเหยียบย่ำจะสกปรก หรือสะอาด จะร้อนระอุ หรือชื้นแฉะ หรืออาจจะเต็มไปด้วยกิ่งไม้ หรือเศษแก้วต่างๆที่อาจจะทิ่มแทงเท้าอันบอบบางของเธอ เด็กหญิงความรักยังคงมีความสุขกับการเดินทางด้วยเท้าเปล่า เธอยังคงเดิน เดิน และเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆอย่างเดียวดาย. แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างการเดินทางตามปกติของเด็กหญิงความรัก เธอเริ่มรู้สึกเจ็บปวดบริเวณเท้าทั้งสองข้างจนไม่อยากเดินทางต่อไป ความรู้สึกเหงาและว้าเหว่ก็เข้ามาหาหาเธอในทันที ทันใดนั้นเองเด็กหญิงความรักได้พบกับ นายรองเท้า ซึ่งเป็นเพียงรองเท้าเก่าๆคู่หนึ่งที่ไม่ได้สะดุดตาอะไร นายรองเท้าทักทายเด็กหญิงความรักอย่างเป็นมิตร เท้าเธอคงจะเจ็บมาก ถ้าเธอไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆกับเธอได้มั้ย ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง เด็กหญิงความรักได้ยินเพียงแค่นั้น ความรู้สึกอ้างว้าง เดียวดายที่เคยมีก็มลายหายไปในทันที เธอจึงตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไปในทุกๆที่พร้อมๆกับ นายรองเท้า แต่ต่อมาไม่นานเด็กหญิงความรักก็ได้พบกับรองเท้าคู่ใหม่โดยบังเอิญ รองเท้าคู่นี้แตกต่างจากนายรองเท้ามากมายนัก เพราะเขาทั้งใหม่ ทั้งสะอาด และสะดุดตาทุกคนที่พบเห็นด้วยสีสันและดีไซน์ที่นำสมัย อีกทั้งยังเป็นรองเท้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพงอีกด้วย เด็กหญิงความรักจึงตัดสินใจที่จะทิ้ง นายรองเท้า แม้ว่าเขาจะสวมใส่สบาย และพร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเธอในทุกๆที่ก็ตาม เด็กหญิงความรักได้ตัดสินใจสวมใส่รองเท้าคู่ใหม่ (ที่สุดแสนจะ perfect) ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่พอดีกับเท้าของเธอ เพียงเพื่อต้องการให้ตนเองดูดีขึ้นในสายตาของผู้อื่น เด็กหญิงความรักถึงกับยอมให้รองท้ากัด จนเท้าของเธอเจ็บปวดทรมานมาก แต่เธอก็ยังอดทน และพยายามที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป ทั้งที่ในใจเธอนั้นไม่มีความสุขเลย เพียงไม่กี่วัน เด็กหญิงความรักก็รู้ดีว่า... เธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้นเข้ากันไม่ได้เลย เพราะหลายครั้งที่เขาทำให้เธอเสียใจ เขาไม่พร้อมที่จะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่ เขากลัวการลำบาก เขากลัวถูกแปดเปื้อนจากดิน จากโคลนที่สกปรก เด็กหญิงความรักกลับมานั่งทบทวนดูเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา เธอจึงพบว่าระหว่างเธอกับรองเท้าคู่ใหม่นั้นยังขาด ความเข้าใจ ทำให้ตลอดระยะเวลาการเดินทางทั้งคู่ต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาใครๆต่างพากันอิจฉาเด็กหญิงความรักที่เธอได้ครอบครองรองเท้าคู่ใหม่ผู้เพียบพร้อม แต่เธอก็เลือกที่จะถอดรองเท้าคู่นั้นออก และกลับมาเดินเท้าเปล่าดังเดิม มันอาจจะเจ็บเท้าบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็สบายใจ เพราะเธอสามารถเดินทางไปได้ในทุกๆที่ที่เธอต้องการ เด็กหญิงความรักเดินทางตามลำพังมาเป็นเวลานานพอสมควร เธอเริ่มรู้สึกกลัว รู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว เธออยากจะมีเพื่อนสักคนที่เข้าใจเธอ และพร้อมที่จะเดินทางไปกับเธอในทุกๆที่ ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยตะโกนถามเธอว่า...... อยากจะมีเพื่อนร่วมทางสักคนมั้ยครับ ใช่แล้ว! มันเป็นเสียงของเขา............. นายรองเท้า เด็กหญิงความรักดีใจมากจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ เพราะเธอคิดว่าเธอคงไม่มีโอกาสเจอเขาอีกเลย หลังจากที่เธอตัดสินใจทิ้งเขาไป นายรองเท้ายังคงพูดประโยคเดิมๆกับเธออีกครั้งว่า .. ถ้าเธอไม่รังเกียจ ให้ฉันเดินทางไปพร้อมๆกับเธอได้มั้ย ฉันสัญญาว่าจะปกป้องเธอเอง เด็กหญิงความรักยิ้มและตอบกลับไปว่า ขอบคุณนะ...ฉันสัญญาว่าเราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เธอไม่จำเป็นต้องสัญญาหรอก เพราะถ้าเมื่อใดที่เธอรู้สึกเบื่อ และอยากเป็นอิสระจากฉัน ฉันก็พร้อมที่จะให้เธอไป นายรองเท้าตอบกลับมาอย่างอ่อนโยน เด็กหญิงความรักรู้ในทันทีว่านี่แหละ คือ ความเข้าใจ ที่เธอรอคอยมานานแสนนาน แต่วันนี้เธอเจอแล้ว และเธอจะเก็บดูแลรักษามันไว้อย่างดี ถึงแม้ว่านายรองเท้าจะเป็นเพียงแค่รองเท้าธรรมดาๆคู่หนึ่ง ไม่ได้น่าชื่นชมในสายตาของคนอื่นๆ แต่สำหรับเด็กหญิงความรักแล้ว เขาสำคัญต่อเธอมาก เขาเข้าใจและห่วงใยเธอ ส่วนเธอก็รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา...แค่นี้มันก็มากเพียงพอแล้วสำหรับเธอ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เด็กหญิงความรักและนายรองเท้าก็อยู่เคียงข้างกันตลอดไป ในบางครั้งเราอาจจะเห็นเด็กหญิงความรักไม่ได้ใส่รองเท้า...แต่อย่าเพิ่งตกใจ!!! ลองมองดูในมือเธอสิ! นายรองเท้าอาจจะอยู่ในมือของเธอก็ได้ เขาอาจจะต้องการให้เท้าของเธอได้เป็นอิสระจากการผูกมัดบ้าง หรือเธออาจจะซักนายรองเท้า แล้วแห้งไม่ทันก็ได้.....อย่าคิดมาก!!! ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....

1. คนที่ดีอาจไม่ใช่ และคนที่ใช่อาจไม่ดี

2. คนที่ใช่ของเรา ยังไงก่อของเรา

3. รักแท้มักจะมาถูกที่ ถูกเวลาเสมอ

4. ความรักไม่ใช่การผูกมัด เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

5. ความรักต้องอดทนนาน รักทนได้เเม้เขาจะไม่รักเรา

ปล.ขอบคุณ เด็กดี

คิดถึงเพื่อนทุกคน